G DRAGON&THE BEST IDOL STAR

posted on 16 Jul 2009 13:12 by nubeer-26

Red pants, Green Suit.. Everything becomes a trend on him.
กางเกงแดง สูทเขียว  ทุกๆ อย่าง ที่เป็น เทรนของเค้า  



นี่เป็นเรื่องราวของจีดราก้อน (ควอน จียง 21 ปี ) ที่เกินกว่าจะจำกัดความได้   เค้าเป็นลีดเดอร์ของ กลุ่ม ไอดอล ที่มีชื่อเสียง จากวายจีเอ็นเตอร์เทนเมนท์  เป็นที่รู้จักกันนามว่า Perfectionist จียง  หรือ จิงโย เค้าไม่ได้มีดีแค่ การสร้างสรรค์เนื้อร้องที่มากมาย แต่เป็น คนแต่งทำนองด้วย และยังเป็น Fashionista (ผู้สนใจในแฟชั่น) คนหนึ่งที่ สามารถสร้าง เทรนใหม่ๆ ที่เกินความคาดหมาย ได้ตลอดเวลา    เค้าสามารถเอาทรงผมที่น่าทึ่ง อย่าง Mohowk มาทำให้วงการตื่นตลึงได้  

สรุปแล้ว เค้ามีพลังมากล้น ในการเป็น ไอดอล แต่ว่า เค้าก็รักในบทเพลง เสียเหลือเกิน  

จีดราก้อน เป็นสมาชิก  Little Rula มาตั้งแต่ อายุ ได้ 5 ขวบ  (แม่ของเค้านำเข้าสู่วงการ)  และ เติบโต มาเป็น Rapper  ตอนอยู่เกรด 6 ในปี 2001   ด้วยสไตล์การแต่งตัว แนวฮิพฮอพ  กางเกงตัวใหญ่ๆ และสวมหมวกแก๊ป  เค้าเริ่มเป็นที่รู้จัก โดย ยางฮยอนซอก แห่งวง Seotaji  และ The Boys  และก็ได้เป็นหนึ่ง ใน เด็กฝึกหัดของ วายจีเอ็นเตอร์เทนเมนท์      เวลา 6 ปี   เค้า ผ่านการฝึกร้อง ฝึกเต้น มาเป็นนับพันๆ ครั้ง จุดมุ่งหมายของเค้า คือ การได้เป็นนักร้อง อย่าง ‘JinuSean’  และ ความสำเร็จ ก้าวสุดท้ายคือ Bigbang  Documentary  2006  รายการ เรียลลิตี้ ของ Bigbang ที่ออกมาในปี 2006   จีดราก้อน คือ ส่วนประกอบสำคัญ ซึ่งก็รวมทั้ง  แทยัง , ท๊อป ,แดซอง และซึงรี ที่ทำให้ Bigbang สมบูรณ์ได้  

ในเดือน สิงหาคม 2006  Bigbang เปิดตัวได้สำเร็จ และ หลังจากนั้น ภายในระยะเวลา ไม่ถึง 3 ปี Bigbang ก็ได้เป็น กลุ่มไอดอลสตาร์ ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเกาหลี   จีดราก้อนเอง ก็ได้เป็นที่รู้จักกันใน นามว่า "ไอดอลยอดอัจฉริยะ"  และยังเป็น "แฟชั่น ไอคอน" และเป็น นักแต่งเพลง แต่งทำนอง ในเวลาเดียวกัน  

ใน โปรแกรม เคเบิลทีวี เค้าก็ได้ติดอันดับหนึ่ง ใน the celebrity one wants to possess’ เป็น คนดังที่มีความสามารถ      

  
แล้ว จีดราก้อน เค้า พัฒนาความมีเสน่ห์ มีรัศมีเป็นประกายได้อย่างไรล่ะ?  

สไตลลิสต์  ช่างทำผม  ผู้จัดการ ช่างภาพ และ นักออกแบบท่าเต้น  ของเค้า จะมาเล่าเกี่ยวกับ  

การเกิดมาเป็น คนดัง ของเค้า ให้ฟังกัน แต่เค้าก็เหมือน ดอกไม้ ที่กำลังจะเจริญเติบโต งอกงาม และ พร้อมที่จะ เบ่งบานออกมาอย่างสวยงาม  


เด็ก 5 ขวบ กลายเป็น ควอน จียง  เป็น The Best Idol - Star ได้อย่างไง วันนี้ ได้รู้กัน!  

“In the beginning, he frequently went to Dong-Dae-Moon and Yi-Tae-Won”  
- Stylist, Jieun (29)  
ตอนแรก เค้าออกจะไป ทง แดมุน และ ยี แทวอน บ่อยมากๆ  

จิอุน 29 ปี  

จิอุน  เป็น สไตลิสต์ให้ 1tym  Lexy  และอีกหลายๆ คน ใน ค่ายวายจี มาตั้งแต่ปี 2000  และตอนนี้ จิอุน ก็ได้เป็น สไตลิสต์ ให้กับ Bigbang มาตั้งแต่ Bigbang Documentary 2006  

"เราต้องการให้ Bigbang เป็นที่จดจำได้ง่าย หมายถึง แม้ว่าจะมองพวกเค้าจากที่ไกลๆ ก็จะสามารถ รู้ว่า ใครเป็นใคร   ซึ่ง การใช้ อิมเมจ ที่เหมือนกัน เป็นสิ่งต้องห้ามเลยค่ะ   โดยพื้นฐานแล้ว จะเป็นสไตล์ แนว ฮิพฮอพ แต่ก็จะออกมาในรูปแบบของ แต่งตามสบายๆ แต่มีสไตล์ เป็นเอกลักษณ์ ของแต่ละคน  

เราต้องการที่ลดความแตกต่าง ระหว่าง ชุดลำลอง  และ ชุดบนเวที   มันจะต้องเป็นเสื้อผ้า ที่ใส่ได้ทุกวัน  และก็ใส่แสดงบนเวทีได้ด้วย  คือถ้ามันดูแตกต่างกันเกินไปเนี่ย  คนเค้าก็อาจจะไม่เชือว่ามัน เป็นสไตล์ของ พวกเค้าเอง  

เพราะว่า พวกเค้าได้เผยภาพลักษณ์ที่ สนใจในแฟชั่น อยู่ทุกวันอยู่แล้ว   โดยเฉพาะ จียง และแทยัง เค้าได้ เรียนรู้ มาจาก Jinusean และ 1Tym มา 6 ปี แล้ว     แรกๆ เนี่ย เค้าไม่กล้าถาม หรอกว่า JinuSean และ 1Tym ไปได้เสื้อผ้า และ พวกเครื่องประดับ มาจากที่ไหน  เพราะงั้น จียง กับ แทยัง ก็เลยต้องไป ตลาด DongDaeMoon และ Yitaewon กันเอง  

สิ่งๆเล็กๆ เหล่านี้แหละค่ะ ที่ทำให้เป็น ส่วนประกอบสำคัญในการเรียนรู้   แม้กระทั่งตอนนี้เอง จียง ก็โทรหาฉันเวลาที่ตัวเองน่ะกำลังเลือกหาซื้อเสื้อผ้าอยู่  คือจะคอยถามว่า ตัวไหนดี  พวกเค้าก็ยัง สร้างสมประสบการ์ณต่อไป    แฟนๆอาจจะคิดว่า จียงเกิดมาพร้อมกับความสามารถพิเศษ  แต่สำหรับฉัน จียง เป็น อัจฉริยะ ที่มีความพยายามมากๆ ค่ะ    ทั้ง เพลง ทั้ง แฟชั่น   เค้า มีความสนใจ ใคร่รู้ตลอดเวลา แม้ว่า เค้าจะยุ่ง มากแค่ไหน  เค้าก็ไม่เคยตกข่าวเกี่ยวกับแฟชั่น และเพลง บนอินเตอร์เนตเลย ซึ่งนั่นก็อาจจะเป็น คำตอบที่ว่า ทำไม จียงถึงไม่เคยน้ำหนักเกินเลย  
  
เวลาที่จะออกแบบสไตล์การแต่งตัวให้ Bigbang  ฉันต้องหาเสื้อผ้าที่หามาไม่ได้ง่ายๆ ในเกาหลี  ก่อนที่พวกเค้าจะมีการแสดงทุกครั้ง ฉันต้องหาซื้อของจากต่างประเทศ  และ ของในตู้เสื้อผ้านี้  ถ้ามีของ อยู่ 10 อย่าง  2 อย่างละ ที่เป็นของที่ซื้อมาค่ะ แต่อีก 8 อย่าง เราอาจจะออกแบบเอง  ซึ่งทีมงานเราก็มีอยู่ 4 คน  รวมทั้งฉันด้วย ทั้งซื้อ  และออกแบบ เครื่องประดับเอง  


Bigbang บางคนก็ดูดีเวลามีใส่เครื่องประดับมากๆ บางคน ก็ดูดีด้วยเครื่องประดับน้อยชิ้น  อย่างจียง และเค้าเองก็เป็นคนที่ ไม่ค่อยจะบอกว่า "ไม่"  ในสไตล์ที่พวกเราจัดให้  ถ้าเกิดว่าคอนเซป มันตรงกับ ที่จียงคิดอยู่แล้ว เค้าจะ ใส่ได้ทั้ง กางเกงขาสั้น   กางเกงแดง เสื้อสูทเขียว เพราะว่า จียงเป็นคนที่ รู้สไตล์ตัวเอง และมั่นใจ  ว่า สิ่งไหนที่เข้ากับตัวเอง และออกมาดูดี   และด้วยโครงร่างที่ ผอมบาง หุ่นดี(ไร้กล้าม) และ ไม่สูงมากนัก  ไหล่ก็กว้างช่วงขาและแขน ยาว เค้าก็ใส่อะไรก็ได้  
โครงสร้างเล็กๆอย่างนี้ เค้าก็ใส่ได้แม้กระทั่ง เสื้อผ้าผู้หญิงล่ะค่ะ  

จียงเป็นคนที่ผิวพรรณดี มาตั้งแต่เกิดค่ะ   ขนาด ช่างแต่งหน้า ยังแบบ ตกใจเวลาที่เห็นผิวของจียงเลย เค้า มีผิวหน้าที่เนียนใสมากๆ  ไม่ต้องแต่งหน้ามากก็ได้ อันนี้คงต้องขอบคุณ ที่เค้าใช้โลชั่น ที่ฉันแนะนำไป ให้ตั้งแต่เดบิ๊วท์หละค่ะ  

มีบางคนถามฉันว่า "ทุกวันนี้ จียง ได้เป็น ผู้นำแฟชั่นได้ ยังไง ?"    

คือ...หลายคนยอมใส่เสื้อผ้า ที่สไตลิสต์จัดมาให้   และก็มีหลายคนค่ะ ที่ เข้าใจในคอนเซป และก็จัดหามาเอง  ซึ่งจียง ก็เป็นอย่างหลังหล่ะค่ะ  เค้าเข้าใจในการแต่งกายที่เพอร์เฟคมากๆ คือรู้ว่าจะแต่งยังไงให้ตรงกับคอนเซป และก็รู้จักที่จะใช้สีหน้า ท่าทางยังไง ให้เข้ากับการแสดง และบอกความเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด  เนี่ยแหละค่ะ เหตุผลที่  ทำไม จียงถึงได้เป็นผู้นำแฟชั่นในทุกวันนี้ "

  

“A determined leader, who can even produce coldness”  
- Manager, Kim Nam Gook (28)  

ลีดเดอร์ที่มีจุดมุ่งหมาย ที่บางครั้ง ก็แสนจะเย็นชา  
  

คิมนัมกุ๊ก (29 ปี)  

เคยเป็นผู้จัดการ Gu Hye Seon และ Se7en มาก่อน  ที่จะมาเป็นผู้จัดการให้กับ Bigbang ตั้งแต่ปี 2007 และ เป็น ผู้จัดการส่วนตัวให้กับ จียง ได้ 3 เดือนแล้ว

ผมมีความทรงจำที่ดีๆ กับจียงครับ..  คือเมื่อไม่นานมานี่เอง ผมตัดสินใจจะลาออก ด้วยเหตุผลส่วนตัว ผมก็เข้าไปบอกกับทางบริษัท  และทางบริษัทเองก็รับทราบ และตกลงยอมรับ  ซึ่งตอนนั้น จียงอยู่ที่ญีปุ่นครับ เค้าก็โทรมาหาผม ทันทีที่เค้ากลับมาเกาหลี  "พี่ทำแบบนี้กับผมไม่ได้นะ พี่ออกไม่ได้เด็ดขาด!"  
ซึงเค้าก็ยังไม่ได้ฟังเหตุผลที่ผมออกเลย ว่า อะไรยังไง เค้าก็วางสายไปก่อน  แรกๆ ผมก็อึ้ง ไปชั่วขณะ มันก็เป็นวิธีการแสดงออกของจียงเค้าละครับ  แต่ตั้งแต่นั้น ผมก็ไม่เคยคิดจะลาออกอีกเลยครับ ผมก็ยังคงทำงานที่นี่ต่อไป "  

มีคนบอกว่า 'เค้าเย็นชา'  ซึ่งจริงๆแล้ว มันแค่เป็นสิ่งที่ จียง สร้างขึ้นมาเอง เพราะว่า จียงเป็นหัวหน้าทีม เป็นผู้นำของวง  เค้าต้องยอมรับ ภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ  ต่อวง  อย่างเช่น เมื่อ Bigbang จะต้องแสดง บนเวที  ซึ่งก็มี สมาชิก ทั้ง 5 คน  สไตล์ลิสต์ 4 คน และ ผม ผู้จัดการ 1 คน  จะต้องไปทำงานกันอุตลุต ซึ่งจียง จะเป็นจุดศูนย์กลาง มีหน้าที่ที่ต้องตัดสินใจ  เพราะงั้น เค้าก็จะต้องเข้มแข็ง  และเฉียบขาด แต่ว่า ทุกวันนี้ จียงยิ้มเก่งมากๆ และเล่นมากขึ้น  ชอบกินอาหารอร่อยๆ และก็ชอบที่จะอยู่กับแฟชั่นที่เค้าสนใจ  แค่ 2 วินาที เค้าก็มีความสุขแล้ว"  


  

“Used to dance so fiercely, split his pants many times”  
- Choreographer, Lee Jae Wook (31)  
เคยเต้นอย่างดุเดือด จน กางเกงขาดหลายต่อหลายครั้ง  

อี แจวุค (31) .  

อยู่ วายจี มาตั้งแต่ 1990  และเป็น แดนเซอร์ ให้กับ JinuSean ,1Tym และ Se7en  เป็น นักออกแบบท่าเต้น มาตั้งแต่ปี 2005  

"จียง เกิดมาเพื่อเป็น แดนเซอร์   เค้าเข้าถึงจังหวะ  มีเซนซ์ ในการหาสไตล์  เรียนรู้รวดเร็ว และ เค้ารู้จักนำทักษะการเต้นต่างๆ มาประยุกต์ใช้ได้    ก่อนที่ Bigbang จะเดบิวท์  ตอนนั้นผมก็คิดว่า จียงเป็นคนที่มีพรสวรรค์ในการเต้น ชั้นเลิศ           ถึงแม้ว่าการออกแบบท่าเต้น บางครั้งๆ จะเป็น แทยัง (ตั้งแต่จียง แต่งเพลง และแต่งทำนอง )   แต่เค้า ก็ยังคงเข้าร่วมออกไอเดียท่าเต้นด้วย  และ ท่าเต้น ใน Sunset Glow และ Last Farewell  เอง  ไอเดียก็เป็นของจียงนี่แหละครับ    จียงและแทยังเคยเต้นอย่าง ดุเดือด   เวลาเต้น เสื้อผ้าจะแน่นเกิน พวกเค้าจะทำกางเกงขาดไปซะส่วนใหญ่  

เวลาที่เราออกแบบท่าเต้นกันเสร็จ  จียงเป็นคนที่จะ อารมณ์ดี  กับเพื่อนๆ   แม้แต่ตอนนี้ จียงก็มีอิทธิพลมากๆ เค้าก็จะมาร่วมตัดสินใจ มาร่วมออกแบบท่าเต้น กับสมาชิกทุกคน"  



“Mohawk-inspired hair style was Ji-Yong’s idea”  
- Hair Designer, Kim Tae Hyun (38)  
โมฮ๊อค เป็น ไอเดียของจียง (คงหมาถึงโมฮีแกนล่ะมั้ง)

คิม แท ฮยุน (38)  

เป็น ช่างทำผม ประจำจียง ตั้งแต่ เค้าเข้าเป็นเด็กฝึกหัด  

ขณะที่ มีการแสดงในแต่ละวัน  เค้าจะ ต้องเซตผมถี่กว่าคนอื่นค่ะ  ถึงคนอื่นๆ จะเปลียนทรงผมบ่อยๆ แต่ว่า พวกเค้าก็จะต้องทำ ทรีทเมนต์ กันทุกสัปดาห์ค่ะ   ดังนั้น ผมของBigbang ก็จะมีสุขภาพดีกันทุกคน(ผมสวย)  

จียง เป็นคนที่ ผิวพรรณเหมือนเด็กๆ  เค้าไม่ต้องแต่งหน้าเลยก็ได้  อาจจะต้องแต่งบ้างเวลาออกทีวีหละค่ะ  

ในสไตล์ ของทรงผมของ ทั้ง 5 คน จะต้องไม่เหมือนกัน จะมีคนที่โดดเด่นออกมาไม่ได้  สีผมก็จะต้อง ออกมาในโทนสีเดียวกัน  สมาชิกคนไหน เป็นผู้นำแฟชั่น ฉันเองก็ต้องเรียนรู้เค้าอยู่พอสมควรค่ะ  

เวลาที่ เราเลือกเพลงโปรโมทได้แล้ว  สไตลิสต์จะตัดสินใจวางคอนเซปว่า สไตล์การแต่งตัว จะออกมา ในรูปแบบไหน  ฉันก็ต้องคิดสไตล์ทรงผมให้เข้ากับคอนเซปของแต่ละคน  ซึ่งจียงก็ชอบที่จะเปลี่ยนแปลง ตัวเองตลอดเวลาค่ะ

ทรงผม "Duck"  (ทรงที่ใช้ในการแสดงเพลง Lie)   เค้าก็คิดขึ้นมา เพราะผมเค้ามีหน้าม้า  แต่ว่า มันก็สั้นเกิน กว่าที่จะมัดได้  แต่ยังไงซะเค้าก็มัดมันจนได้ละค่ะ   ทรงโมฮ๊อค เค้าคิดขึ้นมาเพราะว่า สไตล์เสื้อผ้า มันดูธรรมดาเกินไป     หลังจาก 2001  เค้าต้องการทำตัวให้แตกต่างจากทุกคน  

จียง จะน่ารักมากๆ เวลาที่ มีหน้าม้า   แต่เมื่อเค้า ทำทรง โมฮ๊อค แล้ว เค้าก็จะ ดูเข้มแข็งขึ้น      นี่ก็ 10 ปี แล้วนะคะ ที่รู้จักกันมา  (คิม จะเรียก สมาชิกทุกคนว่า Babies)   แต่ยังไงทุกครั้งเวลาที่เค้าอยู่หน้ากล้อง เค้าจะทำให้ฉันช๊อคทุกทีเลยค่ะ   คือ เค้ารู้ค่ะว่า จะโชว์ เสื้อผ้ากับสไตล์ รวมทั้งท่าทางการแสดง ออกมายังไง ให้ดูน่าสนใจ   แล้วคุณจะไม่ชอบเค้าได้ยังไงคะ  

จียงเป็นคนอบอุ่นนะคะ  และเป็นคนรู้จักกาลเทศะค่ะ   น่ารัก    เค้าจะคอยเลื่อนจานอาหารมาให้เวลาที่ฉัน เอื้อมไม่ถึง"  



“Can change expression depending on the clothing in a split second”  
- Photographer, Lee Jung Woon (29)  
สามารถเปลี่ยน อารมณ์  การแสดงออกสีหน้า  ได้รวดเร็วและฉับไว  

อี จุงวูน (29)  

เป็น ตากล้องประจำ วายจี มาตั้งแต่ 2004   เป็นช่างภาพประจำ Se7en  และปัจจุบัน ก็ทำงานให้ Bigbang มาแล้ว หลายโปรเจค  

"ผมถ่ายจียงครั้งแรก ตั้งแต่ ปี 2004 ฮะ  เค้าจะเอาพวกเครื่องประดับ มาถ่ายเองด้วย ผมก็คิดว่า โห อะไรจะขนาดนี้ มันเวอร์ไปมั๊ยน้องครับ   แต่ เออ...เว้ย ก็ออกมาดีนะครับ  

จียงเป็น คนที่ใบหน้าตรงๆ จะดูดีมาก  เป็นจุดแข็งของจียงเลยครับ  มีการแสดงออกทางสีหน้าที่หลากหลาย มีความมั่นใจมาก เวลาถ่ายรูป    ผมรู้สึกได้ผ่านเลนน์ผมเลยทีเดียว  

แต่ก่อนเค้าจะ โพสท่า กับอะไรๆ ที่เอามาเองครับ แต่เดี๋ยวนี้ เค้าจะใช้จากสิ่งที่เค้าใส่ครับ เค้ารู้ว่าจะต้อง โพสท่ายังไง ให้ดูเป็นมืออาชีพ  และดูเป็นอิสระ ด้วยตัวเค้าเองครับ    เช่น ถ้าเค้าจะต้องถ่ายแบบสูทสีดำ แต่ว่า สูทสีอื่น มาแทน  เค้าก็ไม่ได้โมโห อะไรนะ เค้าก็หารองเท้าที่แมตกับสูทสีนั้น   และก็เปลี่ยน ทรงผมให้เข้ากับสูทด้วย     ความมีไหวพริบ จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย หากไม่เกิดจากการมั่นใจและ ความเข้มแข็ง      ด้านดี และด้านเสียของเค้า ก็มีนะครับ   เค้าจะมีความปรารถนามากๆ (ต้องดีกว่านี้) และมีไฟอยู่ตลอดเวลา   บางที เวลาที่ถ่ายกันเสร็จแล้ว  เค้าก็มาหาผม แล้วก็บอกว่าอยากให้ถ่ายรูป ในไอเดียของเค้าเอง  บางทีก็ ผมก็กลายสภาพเป็นคอยควบคุมเค้าด้วยในฐานะช่างภาพอ่ะครับ"  


Ji-Yong’s Works  

จีดราก้อน เป็นที่จดจำว่า เป็น โปรดิวเซอร์ที่ ประสบความสำเร็จ คนหนึ่ง ด้วยเพลงของเค้า เช่น เพลง Lie  และ Last Fare well       เพลง Lie   นั้น  จริงๆแล้ว จะเป็นเพลง โซโล่ ของเค้าเอง แต่แล้วก็ได้ถูกเลือกให้เป็น เพลงโปรโมท Bigbang  ใน มินิอัลบัมแรก Always  ในเพลงของ Bigbang  เป็นผลงานการแต่งเนื้อเพลง และทำนอง เสียส่วนใหญ่  

สรุปแล้ว จากที่ จีดราก้อน แต่งเพลง + ร่วมแจม+Remix แล้ว 52  เพลง ที่มีชื่อ G-Dragon อยู่ในชื่อของ คนแต่ง ทำนอง ส่วนใหญ่ ก็เป็นเพลงที่ โปรดิวเซอร์ให้ Bigbang  

- This Love (2006): composed by G-Dragon, arranged by G-Dragon (sampled Maroon5’s This Love)
- Shake it (2006): composed by G-Dragon & Brave Brothers, lyric making by G-Dragon, arranged by Brave Brothers
- Lie (2007): composed by G-Dragon, lyric making by G-Dragon, arranged by Brave Brothers
- Last Farewell (2007): composed by G-Dragon & Brave Brothers, lyric making by G-Dragon, arranged by Brave Brothers
- Haru Haru (2008): composed by G-Dragon & Daishi Dance, lyric making by G-Dragon, arranged by Daishi Dance
- Look at me Gwisoon (2008): Dae Sung’s solo song.  composed by G-Dragon & Kush, lyric making by G-Dragon, arranged by Kim Jung Mook
- Big Hit (2009): Dae Sung’s solo song.  composed by G-Dragon, lyric making by G-Dragon, arranged by Kim Jung Mook  

송지혜 기자  

  



Credit:MOMO@BigbangFansit